วันพฤหัสบดีที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2554
วันศุกร์ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2554
วันพุธที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2554
ร้องเพลงขึ้นเสียงสูงไม่ได้
![]() |
| ต้องมีสมาธิและอดทนในการฝึก |
การจะขึ้นเสียงสูงได้อย่างไพเราะ และไม่เกร็ง เกิดขึ้นได้จากการทำงานของกล้ามเนื้อในร่างกายที่ทำงานประสานสอดคล้องกันเป็นอัตโนมัติ ซึ่งประกอบด้วย การควบคุมลมหายใจ การก้องกังวาน ของเสียงในโพรงหน้าและการไม่เกร็ง โดยเฉพาะไม่เกร็งคอ ขากรรไกร ลิ้น และเพดานอ่อน
การได้รับการฝึกฝนอย่างถูกวิธีกับครูที่มีประสบการณ์ โดยผู้ฝึกมีความตั้งใจ มีความพยายาม และมีสมาธิที่แน่วแน่ ไม่นานก็จะร้องเสียงสูงได้ตามแบบฝึกหัด และต่อไปก็จะสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการร้องเพลงได้
ความแตกต่างระหว่างการนั่งกับการยืนร้องเพลง
แตกต่างกันแน่นอนค่ะ แต่หากคุณฝึกเทคนิคการขับร้องจนชำนาญเข้าเนื้อแล้วล่ะก็ จะเห็นความแตกต่างน้อยมาก ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับชนิดของเพลงที่ขับร้องด้วย หากเป็นสไตล์เพลงที่ต้องการกำลังสนับสนุน(support)มากๆละก็อาจจะทำให้ร้องลำบากกว่าสไตล์เพลงที่ร้องแบบสบายๆ
ถึงอย่างไรก็ขอยืนยันว่า หากคุณมีเทคนิคดี มีการทำงานของเครื่องดนตรีในร่างกาย ที่ทำงานสอดคล้องกันเป็๋นอย่างดีแล้วล่ะก็จะสังเกตความแตกต่างได้ยาก แถมยังมีผลดีอีกด้วยหากคุณสามารถร้องเพลงได้ในหลายๆ อิริยาบถ ทั้งในท่ายืนและท่านั่ง เพราะจะเป็นการเพิ่มรสชาติให้กับการแสดงของคุณได้เป็นอย่างดีทีเดียวค่ะ
ถึงอย่างไรก็ขอยืนยันว่า หากคุณมีเทคนิคดี มีการทำงานของเครื่องดนตรีในร่างกาย ที่ทำงานสอดคล้องกันเป็๋นอย่างดีแล้วล่ะก็จะสังเกตความแตกต่างได้ยาก แถมยังมีผลดีอีกด้วยหากคุณสามารถร้องเพลงได้ในหลายๆ อิริยาบถ ทั้งในท่ายืนและท่านั่ง เพราะจะเป็นการเพิ่มรสชาติให้กับการแสดงของคุณได้เป็นอย่างดีทีเดียวค่ะ
เสียงขึ้นจมูกแก้ไขอย่างไร?
![]() |
พยายามขยับโพรงหน้าให้มีเนื้อที่สำหรับก้องกังวาน เพื่อให้เสียงก้องกังวานได้ั่ทั่วทั้งโพรงจมูกและโหนกแก้ม แล้วยื่นริมฝีปากบนทำปากเป็นลำโพงเพื่อส่งเสียงให้ออกไปนอกปาก ไม่ติดอยู่ในโพรงจมูก
หากทำได้เสียงก้จะหายอู้อี้ ก็คือจะได้เสียงที่ก้องกังวานในโพรงที่ถูกต้องและยังสามารถส่งเสียงออกไปนอกกายได้อย่างลอยสวยเข้าหลักการเปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาสเลยละค่ะ ลองทำดูนะคะ อย่าลืมใช้ลมหายใจสนับสนุนการเปล่งเสียงด้วยนะคะ
ทำอย่างไร? จะลากเสียงยาวได้เหมือนนักร้อง
ฝึกได้ด้วยการควบคุมลมหายใจ ให้กล้ามเนื้อลำตัว กล้ามเนื้อท้องสามารถควบคุมการผ่อนลมหายใจได้ทีละน้อย สม่ำเสมอ และยาวนาน เคล็ดลับคือ ฝึกการใช้ลมน้อยด้วยเสียงค่อย ท้องจะหดตลอดเพื่อทำงานในการควบคุมลมหายใจออก เมื่อกล้ามเนื้อลำตัวและกล้ามเนื้อท้องทำงานด้านนี้ได้อย่างแข็งแรงและคล่องตัว คุณก็จะสามารถลากเสียงยาวได้ด้วยเสียงที่มีคุณภาพ รวมทั้งจะเกิดลูกคอเป็นของแถมได้อีกด้วย
ทั้งหมดจะต้องอยู่บนพื้นฐานของการไม่เกร็งและการผ่อนคลายกล้ามเนื้อให้ทุกส่วนทำงานอย่างสอดคล้องกัน ฝึกจนสามารถปฏิบัติได้เป็นอัตโนมัติแล้วจะลากเสียงยาวได้อย่างสบาย
ทำอย่างไรให้ปอดใหญ่ จะได้ร้องเพลงได้นานและไม่เหนื่อย
การร้องเพลงได้นานๆไม่เหนื่อย ขึ้นอยู่กับความสามารถในการควบคุมลมหายใจให้ผ่อนลมได้อย่างมีการควบคุม ไ่ม่ใช่ความใหญ่หรือเล็กของปอด แน่นอนค่ะ คนที่ปอดใหญ่กว่าย่อมมีภาษีดีกว่าคนปอดเล็กกว่า แต่การใช้ปอดที่ถูกวิธีนั้นเป็นสิ่งสำคัญในการร้องเพลงทำอย่างไรให้ปอดแข็งแรง? คำตอบคือ การออกกำลังกายควบคู่กับการฝึกให้กล้ามเนื้อลำตัวและกล้ามเนื้อหน้าท้องทำงานในการกำกับลมได้แข็งแรงขึ้น สามารถผ่อนลมมากหรือน้อยได้ตามที่ผู้ร้องต้องการ
เมื่อควบคุมการผ่อนลมหายใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก็จะร้องเพลงได้เสียงที่ไพเราะ มีคุณภาพ และร้องได้นานโดยไม่เหนื่อยง่าย
เสียงไม่ดี แต่อยากร้องเพลง
ก็ต้องฝึกค่ะ มีวิธีเดียวที่จะพัฒนาการร้องเพลงของทุกคนได้ ด้วยการฝึกเทคนิคการขับร้องขั้นพื้นฐาน ซึ่งประกอบด้วยหลักการใหญ่ๆ คือ การควบคุมการผ่อนลมหายใจเพื่อมาสนับสนุนให้เสียงมีกำลัง
และสามารถเปร่งเสียงร้องเป็นเพลง
แม้คุณจะบอกว่าเสียงคุณไม่ดี แต่ดิฉันเชื่อว่าทุกคนมีเสียงที่เป็นเอกลักษณ์ของตนเอง และสามารถทำให้ไพเราะขึ้นกว่าเดิมได้ด้วยการหาแก้วเสียงของตนเองให้ได้ และเมื่อค้นพบแล้วว่าอย่างไรเสียงถึงมีแก้วเสียงหรือมีกังวานก็จำไว้ เมื่อสามารถทำได้เป็นประจำก็จะมีเสียงไพเราะขึ้นและไพเราะตลอดไป
เริ่มต้นจากการฟังเพลงมากๆเข้ามาคลุกคลีอยู่กับเสียงเพลงให้มากที่สุด ต่อไปก็ศึกษาเทคนิคการขับร้องพื้นฐานหรือเรียนร้องเพลง เมื่อมีความเพียรและอดทนก็จะสำเร็จได้แน่นอน รวมทั้งได้รับประโยชน์อื่นๆอีกหลายประการจากการฝึกร้องเพลง
วันจันทร์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2554
กลางคืน "เสียง" ดีกว่ากลางวัน จริงหรือ?
การร้องเพลงนั้นใช้ร่างกายเป็นเครื่องดนตรี เพราะฉนั้น การที่ร่างกายมีความตื่นตัว อยู่ในสภาพที่คล่องแคล่วและกล้ามเนื้อทุกส่วนได้ผ่านการอุ่นเครื่องมาแล้ว ย่ิอมจะทำงานได้คล่องตัวกว่าตอนตื่นนอนใหม่ๆหรือในตอนเช้า แต่ไม่ได้หมายความว่าจะร้องเพลงตอนเช้าไม่ได้
ยิ่งเวลาผ่านไปจนถึงตอนกลางคืนร่างกายจะอยู่ในภาวะที่พร้อมที่สุดสำหรับการร้องเพลง แต่หากรอจนดึกเกินไปก็อาจจะกลายเป็นหมดสภาพ เพราะร่างกายเกิดความเหนื่อยล้า ตอนหัวค่ำน่าจะเป็นเวลาที่เหมาะสมที่สุดคะ
อย่างไรก็ตาม หากสามารถเลือกเวลาที่จะต้องร้องเพลงไ้ด้ก็ให้เลือกเวลาหลังจากตื่นนอนไปแล้วประมาณ 4 ชั่วโมง เพื่อให้กล้ามเนื้อทุกส่วนได้ยืดเส้นยืดสาย พร้อมที่จะทำงานอย่างคล่องตัวและควรเตรียมพร้อมเสียงก่อนร้องเพลง ด้วยแบบฝึกเบาๆ
ยิ่งเวลาผ่านไปจนถึงตอนกลางคืนร่างกายจะอยู่ในภาวะที่พร้อมที่สุดสำหรับการร้องเพลง แต่หากรอจนดึกเกินไปก็อาจจะกลายเป็นหมดสภาพ เพราะร่างกายเกิดความเหนื่อยล้า ตอนหัวค่ำน่าจะเป็นเวลาที่เหมาะสมที่สุดคะ
ร้องไม่ดี โทษปี่ โทษกลอง

ถ้าร้องเพลงได้ไม่ดีต้องโทษตัวเองอย่างเดียวเลยค่ะ ข้อนี้เป็นแนวคิดแบบการคิดบวกคือ เราจะไม่ว่าคนอื่น ไม่่ว่าจะเป็นความผิดพลาดของฝ่ายใดก็ตาม นักร้องมีหน้าที่ถ่อมตัวและนอบน้อมต่อผู้คนรอบข้าง ไม่ว่าจะเป็นนักดนตรีหรือเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายใด หากนักร้องถือตัวว่าเป็นผู้วิเศษ จะทำลายตัวเองด้วยประการทั้งปวง
ไม่มีคำว่าสาย ที่ทุกคนจะคิดแบบที่ว่านี้ เมื่อยิ่งถ่อมตัวแล้วจะยิ่งมีคุณค่าในตัวสูงขึ้น และจะได้รับการสนับสนุนจากทุกฝ่ายอย่างจริงใจ
"เป็นนักร้องต้องจริงใจ ถ้าหลอกลวงแล้วจะไม่จีรัง"
ร้องเพลง...ง่ายหรือยาก?
![]() |
| นกยังร้องได้เลย |
ไม่ง่าย แต่จะไม่ขอใช้คำว่า "ยาก" เพราะการร้องเพลงนั้นเป็นศาสตร์ที่ฝึกฝนได้อย่างมีหลักการ บางคนเกิดมาก็ร้องเพลงไพเราะเลยเพราะมีพรสวรรค์มาก บางคนร้องเพลงไม่เพราะก็เพราะว่ามีพรสวรรค์น้อย คนที่มีพรสวรรค์มากก็อาจมีความเห็นว่าการร้องเพลงนั้นไม่ยาก แต่คนที่มีพรสวรรค์น้อยส่วนมากจะมีความเชื่อว่าการร้องเพลงนั้นยาก
การร้องเพลงนั้นสามารถฝึกได้ หากมีความเพียรพยายาม มีความอดทน ก็จะร้องเพลงได้ไพเราะขึ้น ยิ่งในปัจจุบันมีการวางหลักการ มีวิธีการฝึก และมีแบบฝึกหัดไว้อย่างครบครัน เพียงผู้เรียนทำตามและหมั่นฝึกฝน ก็จะเห็นพัฒนาการเกิดขึ้นอย่างแน่นอน "ไม่ว่าคุณจะคิดว่าง่ายหรือยาก"
วันอาทิตย์ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2554
ปรับใจอย่างไรจึงร้องเพลงไพเราะ
คนเรามีสภาพจิตใจที่หลากหลาย บางคนก็รู้จักตัวเองดีบางคนก็ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอย่างไร หากคุณถือโอกาสนั้ลองสำรวจตนเองว่า มีสภาพจิตใจ และมีความคิดเป็นอย่างไร คงจะเป็นประโยชน์กับตัวคุณเองอย่างมากๆ และจะเป็นตุเริ่มต้นการพัฒนาตนเองได้ในอีกระดับนึงเลยทีเดียว
ไม่ว่าจะร้องเพลงด้วยเหตุผลใดก็ตาม การร้องเพลงนั้นควรมาจากข้างใน มาจากมจที่สะอาด สามารถใช้ความบริสุทธิ์ในจิตและในใจมาสร้างสรรค์จิตนาการใหเได้อย่างชัดเจน อาศัยความใสบริสุทธิ์ที่มีอยู่ในตัวคุณถ่ายทอดจิตนาการนั้นๆ ออกมาเป็นบทเพลงที่มีความหมาย เพราะหากสภาพจิตใจไม่มีความเป็นกลาง หรือไม่ผ่องใส จะทำให้ความสามารถในการสร้างจิตนาการและการถ่ายทอดบทเพลงด้อยลง เนื่องจากอารมณ์ขุ่นมัวแทรกอยู่
"การคิดบวก"เป็นสิ่งหนึ่งที่จะทำให้ชีวิตของทุกคนดีขึ้น มีความสุขขึ้น ส่วนผลในด้านการร้องเพลงนั้นมีแน่นอน ผู้ที่คิดบวกจะร้องเพลงไพเราะ ยิ่งคิดบวกกมากขึ้นจะยิ่งร้องเพลงไพเราะมากขึ้น หากคิดลบอาจส่งผลต่อการใช้จิตนาการ ทำให้การสร้างภาพในจิตนาการเกิดขัดข้องทางเทคนิค ส่งผลโดยตรงต่อการแสดงออก คือการแสดงออกจะไม่โปร่งใส
"การคิดบวกจะร้องเพลงไพเราะ"ขอยืนยันว่า ถ้าคิดบวกแล้วร้องเพลงไพเราะแน่นอน ส่วนถ้าคิดลบแล้วจะร้องเพลงไพเราะหรือไม่นั้น ไม่ยืนยันร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะถ้าปกปิดมิดก็สามารถหลอกชาวบ้านได้ แต่เหนื่อยหน่าย ไม่สนุก สู้คิดบวกดีกว่า มีความสุขและมีแต่สิ่งดีเกิดขึ้น รังสีแห่งความใสบริสุทธิ์จะส่องประกายเจิดจ้าออกมาทางผิวพรรณ จะมีแต่คนรักใคร่เอ็นดู
เมื่อข้างในใจใสสะอาด คุณจะเป็นตัวกลางสื่อความหมายของเพลงได้อย่างบริสุทธิ์ใจ ดังนั้น คุณจะเป็นผู้ที่ถ่ายทอดความหมายของเพลง ผ่านเสียงร้องออกมาได้อย่างจับใจ และเมื่อผู้ร้องมีความใส ผู้ฟังก็เกิดความประทับใจ เพราะฟังและมองแล้วมีความสุข ได้รับแต่ความรู้สึกที่ดี ผู้ฟังก็จะส่งความสุขและความขอบคุณกลับมาให้คุณ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)







